วารี's profileNanakajangBlogListsNetwork Tools Help

Blog


    January 21

    @ + ตำนาน เทพแห่งความรัก + @ *



    ในอดีตกาลนานมาแล้ว...ว่ากันว่า มนุษย์ทุกคนมีหัวใจ

    ด้วยกันจริง ๆ แล้วทั้งหมด...สองดวง

    แต่ยังมีเทวดาน้อยอยู่องค์หนึ่ง...ซึ่งไม่รู้จักสิ่งที่เค้าเรียก

    ว่า "หัวใจ" ด้วยความที่สงสัยว่าหัวใจนั้นเป็นอย่างไร

    เทวดาน้อยจึงได้ไปถามนางฟ้า ผู้ที่ดูแลทางเข้าออกของ

    ประตูสวรรค์...

    " ท่านนางฟ้า โปรดบอกข้า...หัวใจคืออะไร? "

    " หัวใจคือ...สิ่งบริสุทธิ์ สวยงามที่สุดของมนุษย์ยังไงเล่า "

    " แล้วสิ่งที่เรียกว่า...มนุษย์ อยู่แห่งใดล่ะ? "

    " อยู่เบื้องล่างยังอีกฟาก...ของประตูสวรรค์นี่ยังไงเล่า "

    " เปิดประตู...ให้ข้าไปชมหัวใจของมนุษย์ได้มั้ย นางฟ้า? "

    " มิได้หรอก มันผิดกฎของสวรรค์...เจ้ากลับไปซะเถอะ

    แค่เจ้ามาสนทนากับข้า...ก็ผิดมากเท่าใดแล้ว เจ้ารู้ตัวมั้ย

    เจ้าเทวดาน้อย "

    เทวดาน้อย...ทำทีว่าหันหลังกลับไป แต่...ด้วยความที่

    อยากได้หัวใจมาครอบครองไว้เป็นของตน จึงได้นำคันศร

    มายิงไปที่นางฟ้าผู้รักษาประตูสวรรค์...ซึ่งทำให้นางฟ้านั้น

    สลบไป...ในชั่วข้ามคืนนั่นเอง

    จากนั้น...เทวดาน้อยก็แอบเปิดประตูสวรรค์ แล้วบินไปยัง

    โลกมนุษย์

    กลางดึกของคืนนี้...ช่างเป็นคืนที่เงียบสงบ มนุษย์ทั้งหลาย

    ต่างหลับไหลกันหมดแล้ว เทวดาน้อยจึงแอบบินเข้าไป...

    ในบ้านของเหล่ามนุษย์ แล้วไปเอาสิ่งที่เรียกว่า "หัวใจ"

    ของทุกคนบนโลกมนุษย์...มาคนละหนึ่งดวง จากนั้นจึง

    นำขึ้นไปบนสวรรค์ หวังจะครอบครองเป็นของตน แต่...

    ระหว่างที่เทวดาน้อยกำลังกลับเข้าไป ปากทางของประตู

    สวรรค์ได้มีนางฟ้าและเทวดาแห่งความรัก...ยืนกั้นอยู่

    เทวดาน้อยเห็นดังนั้นจึงบินหนี ทว่า...นางฟ้าองค์หนึ่งได้

    บินตามมา เพื่อจะชิงหัวใจของมนุษย์ทั้งหมดมาไว้

    แล้วเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น...เมื่อหัวใจทั้งหมดได้

    เกิดกระจายออก ก่อนจะร่วงหล่นโปรยปรายปลิวตกลงไป

    ยังโลกมนุษย์...และได้เกิดการสลับสับเปลี่ยนเจ้าของ

    หัวใจกัน

    ในค่ำคืนนั้นเอง...เทวดาน้อยก็ได้รับโทษทัณฑ์จากสวรรค์

    ด้วยการถูกสาปให้เป็นเด็กไปชั่วนิรันดร์ และเปลี่ยนชื่อ

    เป็น "กามเทพ"

    นอกจากนี้...ยังต้องมาอยู่บนโลกมนุษย์ เพื่อตามหาหัวใจ

    สองดวงของมนุษย์ ที่พลัดหลงไปอยู่กับใคร...อีกดวงหนึ่ง

    ให้กลับมาพบกันตลอดไป...- - - ...




    ปล. * @* ตอนนี้หัวใจของคุณ...อาจจะอยู่กับใครซักคน

    บนโลกใบนี้ก็เป็นได้...อย่ารอให้ :กามเทพ: เป็นผู้ค้นหา

    ถึงเวลาแล้วหรือยัง...ที่คุณจะต้องตามหาหัวใจของคุณ

    คืนมา และเมื่อคุณได้มันมาแล้ว...จงดูแลหัวใจคุณให้ดี

    อย่าได้ปล่อยให้หัวใจดวงนี้จากคุณไปอีก เพราะ...

    คุณอาจจะไม่มีวัน...เจอหัวใจที่แท้จริงอีกดวงของคุณ


    ตลอดชีวิต หรือ...ชั่วชีวิตก็เป็นได้ - - -
    December 20

    ความรักของคนตาบอด

       คุณเคยเห็นคนตาบอดไม๊ ?

    คนตาบอด...ที่เดินไปไหนต่อไหนด้วยกันเป็นคู่....
    คุณอาจเจอพวกเขาได้ ในที่ที่มีคนอยู่กันเยอะๆ
    เช่น..ตลาดนัด...
    พวกเขาไปที่นั่น เพราะหวังว่า... คงจะมี คนใจบุญ
    ไปเดินอยู่ที่นั่นบ้าง...
    คนสองคน...ที่จับมือกัน...ค่อยๆ เดินกระเถิบไปด้วยกันทีละนิด..ทีละนิด.
    เพราะต่างคน ต่างก็มองไม่เห็นอะไรกันทั้งคู่...
    นอกจากไม้เท้าคนละอันแล้ว...ในมือพวกเขาถือวิทยุเก่าๆเครื่องนึง...
    กับไมค์อีกอีกหนึ่งอัน...ที่ขาดไม่ได้
    ก็คือขันอลูมิเนียม...
    อาวุธสำคัญที่ใช้หากินอยู่ทุกวัน..
    เราไม่ คุ้นหู กับเพลงที่เขาร้องนักหรอก..
    แต่ก็ดูว่าเขาตั้งใจร้องเหลือเกิน...
    และดูเหมือนเขาก็ หวัง ว่าคุณจะต้องชอบมัน...

    เราเห็นเขาจับมือกัน...

    วินาทีนั้น...
    ทำให้เรานึกถึงอะไรบางอย่างที่เราเคยมองข้ามมาตลอด..
    คุณเคยนึกถึงความรักของ..คนตาบอด..หรือเปล่า....
    ตนตาบอดรักกันได้ยังไงนะ...
    เพราะคนตาบอด...ไม่เคยรู้เลยว่า...

    คนรักของเขา..มีหน้าตาเป็นอย่างไร..

    คนตาบอด..จะรู้จักก็เพียงจิตใจของคนรักของเขาเท่านั้น.
    เมื่อเขามีความพอใจกันและกัน....
    ไม่มีเกียรติยศ ศักดิ์ศรี
    ให้กังวลใจ...เพราะต่างคนก็ต่างไม่มีสิ่งนี้...
    ต่างคน..ต่างก็ไม่มีเงิน...
    ตาสองข้าง ปิดสนิท....แต่เปิดใจเข้าหากัน..
    คนสองคนที่อยู่ด้วยกัน ด้วย " ใ จ " ล้วนๆ...

    ความรัก....ก็เกิดจากตรงนั้น.

    คนตาบอด พาคนที่เขารัก ไปด้วยกันทุกหนทุกแห่ง...
    คนตาบอด ไม่เคยกลับบ้านดึก...
    คนตาบอด ออกจากบ้านพร้อมกัน...และกลับถึงบ้านพร้อมกัน...
    พวกเขาเคยแยกกันบ้างหรือเปล่านะ.... ?
    คุณรู้หรือเปล่า.....คนตาบอด
    จับมือของคนที่เขารักไว้ตลอดทั้งวัน...



    คุณเคยทำอย่างเขาบ้างไม๊... ?

    เรากลับมานึกถึงความรักของคนที่ตาดี...
    หลายๆ คน มีเกียรติยศ หน้าที่ การงาน ที่ดีเหลือเกิน...
    หลายๆ คน ทั้งหล่อ ทั้งสวย...ทั้งรวย ทั้งฉลาด...
    แต่พวกเราหลายๆคนกลับต้องมาเสียใจเพราะความรัก...

    หรือว่าพวกเรามองเห็นกัน....เพื่อจะเรียกร้องสิ่งที่เราต้องการให้มากขึ้น..

    เอ....พวกเราคาดหวังอะไรจากคนที่เรารัก....มากเกินไปหรือเปล่านะ...
    อนาคตของคนตาบอด..อยู่ตรงไหนก็ไม่รู้...
    ดูเหมือนเขาจะ...สงสัยก็เพียงแต่ว่า...
    วันพรุ่งนี้...จะมีคนใจบุญซักกี่คน...
    ที่ทำให้พวกเขากลับบ้านด้วยกันอย่างมีความสุข....
    ตอนที่เราเขียนกระทู้นี้อยู่...พวกเขาก็คงนอนหลับกันแล้ว...
    พวกเขาคงไม่มีงานที่ต้องทำดึกๆ เหมือนเราหรอก...คุณว่าไม๊ ??

    ขอบคุณตลาดนัด...ที่ทำให้เราเห็นภาพดีๆในวันนี้....
    เราเชื่อว่าครั้งหน้า.ที่คุณเห็นคนตาบอด...ใจของคุณจะเปิดกว้างขึ้น...
    คุณอาจมองเห็นภาพที่คุณไม่เคยมองเห็น...
    ไม่ใช่ด้วยตา...แต่เห็นด้วยหัวใจ...
    เหมือนกับภาพที่เราได้เห็นในวันนี้...
    December 12

    80 เรื่องของในหลวงที่คุณ(อาจ)ไม่เคยรู้

    80 เรื่องของในหลวงที่เรา(อาจ)ไม่เคยรู้

    เมื่อทรงพระเยาว์

    1.ทรงพระราชสมภพเวลา 08.45น.
    2.นายแพทย์ผู้ทำคลอดชื่อ ดับลิว สจ๊วต วิตมอร์ มีน้ำหนักแรกประสูติ 6 ปอนด์
    3.พระนามภูมิพลได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7
    4.พระยศเมื่อแรกประสูติ คือ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า ภูมิพลอดุลยเดช
    5.ทรงมีชื่อเล่น ว่า เล็ก หรือ พระองค์เล็ก
    6.ทรงเคยเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนมาแตร์เดอี เพราะช่วงพระชนมายุ 5 พรรษา ทรงเคยเข้าเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ 1 ปี มีพระนามในใบลงทะเบียนว่า “H.H Bhummibol Mahidol”หมายเลขประจำตัว 449
    7.ทรงเรียกสมเด็จพระราชชนนีหรือสมเด็จย่า อย่างธรรมดาว่าแม่
    8.สมัยทรงพระเยาว์ ทรงได้ค่าขนม อาทิตย์ละครั้ง
    9.แม้จะได้เงินค่าขนมทุกอาทิตย์ แต่ยังทรงรับจ้างเก็บผักผลไม้ไปขาย เมื่อได้เงินมาก็นำไปซื้อเมล็ดผักมาปลูกเพิ่ม
    10.สมัยพระเยาว์ทรงเลี้ยงสัตว์หลายชนิดทั้งสุนัข กระต่าย ไก่ นกขุนทอง ลิง แม้แต่งูก็เคยเลี้ยง ครั้งหนึ่งงูตายไปก็มีพิธีฝังศพอย่างใหญ่โต
    11.สุนัขตัวแรกที่ทรงเลี้ยงสมัยพระเยาว์เป็นสุนัขไทย ทรงตั้งชื่อให้ว่าบ๊อบบี้
    12.ทรงฉลองพระเนตร(แว่นสายตา)ตั้งแต่พระชันษายังไม่เต็ม 10 ขวบ เพราะครูประจำชั้นสังเกตเห็นว่าเวลาจะทรงจดอะไรจากกระดานดำจะต้องลุกขึ้นบ่อยๆ
    13.สมัยพระเยาว์ทรงซนบ้าง หากสมเด็จย่าจะลงโทษ จะเจรจากันก่อนว่า โทษนี้ควรตีกี่ที ในหลวงจะทรงต่อรอง 3 ที มากเกินไป 2ทีพอแล้ว
    14.ระหว่างประทับอยู่ ส วิตเซอร์แลนด์ โดยนะหว่างพี่น้องจะทรงใช้ภาษษฝรั่งเศส แต่จะใช้ภาษาไทยกับสมเด็จย่าเสมอ
    15.ทรงได้รับการอบรมให้รู้จักการให้โดยสมเด็จย่าจะทรงตั้งกระป๋องออมสินเรียกว่ากระป๋องคนจนหากทรงนำเงินไปทำกิจกรรมแล้วมีกำไร จะต้องถูกเก็บภาษีหยอดใส่กระปุกนี้ 10% ทุกสิ้นเดือนสมเด็จย่าจะเรียกประชุมเพื่อถามว่าจะเอาเงินในกระป๋องนี้ไปทำอะไร เช่น มอบให้โรงเรียนตาบอด มอบให้เด็กกำพร้า หรือทำกิจกรรมเพื่อคนยากจน
    16.ครั้งหนึ่ง ในหลวงกราบทูลสมเด็จย่าว่าอยากได้รถจักรยาน เพราะเพื่อนคนอื่นๆเขามีจักรยานกัน สมเด็จย่าก็ตอบว่าลูกอยากได้จักรยาน ลูกก็ต้องเก็บค่าขนมไว้สิ หยอดกระป๋องวันละเหรียญ ได้มาก ค่อยเอาไปซื้อจักรยาน
    17.กล้องถ่ายรูปกล้องแรกของในหลวง คือ Coconet Midget ทรงซื้อด้วยเงินสะสมส่วนพระองค์ เมื่อพระชนม์เพียง 8 พรรษา
    18.ช่วงเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ทรงปั่นจักรยานไปโรงเรียนแทนรถพระที่นั่ง


    พระอัจฉริยภาพ



    19.พระอัจฉริยภาพของในหลวง มีพื้นฐานมาจากการเล่นสมัยพระเยาว์ เพราะหากอยากได้ของเล่นอะไร ต้องทรงเก็บสตางค์ซื้อเอง หรือ ประดิษฐ์เอง ทรงเคยหุ้นค่าขนมกับ พระชษฐาน ซื้อชิ้นส่วนวิทยุทีละชิ้นๆ แล้วเอามาประกอบเองเป็นวิทยุ แล้วแบ่งกันฟัง
    20.สมเด็จย่าทรงสอนให้ในหลวงรู้จักการใช้แผนที่และภูมิประเทศของไทย โดยโปรดเกล้าฯให้โรงเรียนเพาะช่างทำแผนที่ประเทศไทยเป็นรูปตัวต่อ เลื่อยเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็กๆเพื่อให้ทรงเล่นเป็น จิ๊กซอว์
    21.ทรงเครื่องดนตรีได้หลายชนิด เช่น เปียโน กีตาร์ แซกโซโฟน แต่รู้หรือไม่ เครื่องดนตรีชิ้นแรกที่ทรงหัดเล่นคือ บเพลง (แอกคอร์เดียน)
    22.ทรงสนพระทัยดนตรีอย่างจริงจังราวพระชนม์ 14-15 พรรษ า ทรงซื้อแซกโซโฟนมือสองราคา 300 ฟรังก์มาหัดเล่น โดยใช้เงินสะสมส่วนพระองค์ครึ่งหนึ่ง และอีกครึ่งหนึ่งสมเด็จย่าออกให้
    23.ครูสอนดนตรีให้ในหลวง ชื่อ เวย์เบรชท์ เป็นชาว อัลซาส
    24.ทรงพระราชนิพนธ์เพลงครั้งแรก เมื่อพระชนม์พรรษา 18 พรรษา เพลงพระราชนิพนธ์แรกคือแสงเทียนจนถึงปัจจุบันพระราชนิพนธ์เพลงไว้ทั้งหมด 48 เพลง
    25.ทรงพระราชนิพนธ์เพลงได้ทุกแห่ง บางครั้งไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องดนตรีช่วย อย่างครั้งหนึ่งทรงเกิดแรงบันดาลพระทัย ทรงฉวยซองจดหมายตีเส้น 5 เส้นแล้วเขียนโน้ตทำนองเพลงขึ้นเดี๋ยวนั้น กลายเป็นเพลงเราสู้
    26.รู้ไหม...? ทรงมีพระอุปนิสัยสนใจการถ่ายภาพเหมือนใคร : เหมือนสมเด็จย่า และ รัชกาลที่5
    27. - - - -
    28.นกจากทรงโปรดการถ่ายภาพแล้ว ยังสนพระทัยการถ่ายภาพยนตร์ด้วย ทรงเคยนำภาพยนตร์ส่วนพระองค์ออก ฉายแล้วนำเงินรายได้มาสร้างอาคารสภากาชาดไทย ที่ รพ.จุฬาฯ โรงพยาบาลภูมิพล รวมทั้งใช้ในโครงการโรคโปลิโอและโรคเรื้อนด้วย
    29.ทรงพระราชนิพนธ์เรื่องนายอินทร์และติโตทรงเขียนด้วยบายพระหัตถ์ แล้วให้เสมียนพิมพ์แต่พระมหาชนก ทรงพิมพ์ลงในเครื่องคอมพิวเตอร์
    30.ทรงเล่นกีฬาได้หลายชนิด แต่กีฬาที่ทรงโปรดเป็นพิเศษได้แก่ แบดมินตัน สกี และเรือใบ ทรงเคยได้เหรียญทองจากการแข่งขันเรือใบประเภทโอเค ในกีฬาแหลมทอง(ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นกีฬาซีเกมส์”)ครั้งที่ 4 ปี พ.ศ.2510
    31.ครั้งหนึ่ง ทรงเรือใบออกจากฝั่งไปได้ไม่นานก็ทรงแล่นกลับฝั่งตรัสกับผู้ที่คอยมาเฝ้าฯว่า เสด็จฯกลับเข้าฝั่งเพราะเรือแล่นไปโดนทุ่นเข้า ซึ่งในกติกาการแข่งเรือใบถือว่าฟาวส์ ทั้งๆที่ไม่มีใครเห็น แสดงให้เห็นว่าทรงยึดกติกามากแค่ไหน
    32.ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกของโลกที่ได้รับสิทธิบัตรผลงานประดิษฐ ์คิดค้นเครื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุนช้าแบบทุ่มลอย หรือกังหันชัยพัฒนาเมื่อปี 2536
    33.ทรงเป็นผู้ริเริ่มการพัฒนาเชื้อเพลิงน้ำมันจากวัสดุการเกษตรเพื่อใช้เป็นพลังงานทดแทน เช่น แก๊สโซฮอล์,ดีโซฮอลล์ และ น้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ ต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 20ปีแล้ว
    34.องค์การสหประชาชาติ ได้ถวาย รางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ แด่ในหลวงเมื่อ วันที่ 26 พฤษภาคม 2549 เพื่อสดุดีพระเกียรติคุณพระราชกรณียกิจด้านการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนชาวไทย โดยมี นายโคฟี อันนัน เลขาธิการสหประชาชาติ เดินทางมาถวายรางวัลด้วยตนเอง


    เรื่องส่วนพระองค์


    35.พระนามเต็มของในหลวง : พระบาทสมเด็จพระปรมินทรามหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร
    36.ร ักแรกพบ ของในหลวงและหม่อมสิริกิติ์เกิดขึ้นที่สวิสเซอร์แลนด์ แต่เหตุการณ์ครั้งนั้น สมเด็จพระบรมราชินีนาถฯทรงให้สัมภาษณ์ว่าน่าจะเป็น เกลียดแรกพบ มากกว่า รักแรกพบ เนื่องเพราะรับสั่งว่าจะเสด็จถึงเวลาบ่าย 4 โมง แต่จริงๆแล้วเสด็จมาถึงหนึ่งทุ่ม ช้ากว่าเวลานัดหมายตั้งสามชั่วโมง
    37.ทรงหมั้นกับ ม.ร.ว.สิริกิติ์ กิติยากร เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2492 และจัดพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส ที่วังสระปทุม เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2493 โดยทรงจดทะเบียนสมรสเหมือนคนทั่วไป ข้อความในสมุดทะเบียนก็เหมือนคนทั่วไปทุกอย่าง ปิดอากรแสตมป์ 10 สตางค์ เสียค่าธรรมเนียม 10 บาท
    38.หลังอภิเษกสมรส ทรงฮันนีมูนที่หัวหิน
    39.ทรงผนวช ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง เมืองวันที่ 22 ตุลาคม 2499 และประทับจำพรรษา ณ วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นเวลา 15 วัน
    40.ระหว่างทรงผนวช พระอุปัชฌาย์และพระพี่เลี้ยง คือ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช
    41.ของใช้ส่วนพระองค์นั้นไม่จำเป็นต้องแพง ต้องแบรนด์เนม ดังนั้นการถวายของให้ในหลวงจึงไม่จำเป็นจะต้องเป็นของแพง อะไรที่มาจากน้ำใจจะทรงใช้ทั้งนั้น
    42.เครื่องประดับ : ในหลวงไม่ทรงโปรดสวมเครื่องประดับ เช่น แหวน สร้อยคอ ของมีค่าต่างๆ ยกเว้น นาฬิกา
    43.พระเกศาที่ทรงตัดแล้ว : ส่วนหนึ่งเก็บไว้ที่ธงชัยเฉลิมพลเพื่อมอบแก่ทหาร อีกส่วนหนึ่งเก็บไว้สร้างวัตถุมงคล เพื่อมอบแก่ราษฎรที่ทำคุณงามความดีแก่ประเทศชาติ
    44.พลอดยาสีพระทน ทรงใช้จนแบนราบเรียบคล้ายแผ่นกระดาษ โดยเฉพาะบริเวณคอหลอด ยังปรากฏรอยบุ๋มลึกลงไปจนถึงเกลียวคอหลอด ซึ่งเป็นผลจากการใช้ด้ามแปรงสีพระทนช่วยรีด และ กดเป็นรอยบุ๋ม
    45.วันที่ในหลวงเสียใจที่สุด คือวันที่สมเด็จย่าเสด็จสวรรณคต มีหนังสือเล่าไว้ว่า วันนั้นในหลวงไปเฝ้าแม่ถึงตีสี่ตีห้า พอแม่หลับจึงเสด็จฯกลับ ถึงวัง ทางโรงพยาบาลก็โทรศัพท์มาแจ้งว่า สมเด็จย่าสิ้นพระชนม์แล้ว ในหลวงรีบกลับไปที่โรงพยาบาล เห็นแม่นอนหลับตาอยุ่บนเตียง ในหลวงคุกเข่าเข้าไปกราบที่อกแม่ ซบหน้านิ่งอยู่นาน ค่อยๆเงยพระพักตร์ขึ้นมาน้ำพระเนตรไหลนอง


    งานของในหลวง


    46.โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จนถึงปัจจุบนมีจำนวนกว่า 3,000 โครงการ
    47.ทุกครั้งที่เสด็จฯไปยังสถานต่างๆจะทรงมีสิ่งของประจำพระองค์อยู่ 3 สิ่งคือ แผนที่ซึ่งทรงทำขึ้นเอง(ตัดต่อเอง ปะกาวเอง) กล้องถ่ายรูป และดินสอที่มียางลบ
    48.ในหลวงทรงงานด้วยพระองค์เองทุกอย่างแม้กระทั่งการโรเนียว กระดาษที่จะนำมาให้ข้อราชการที่เข้าเฝ้าฯถวายงาน
    49.เก็บร่ม : ครั้งหนึ่งเมื่อในหลวงเสด็จฯเยี่ยมโครงการห้วยสัตว์ใหญ่ เมื่อเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งมาถึง ปรากฏว่าฝนตกลงมาอย่างหนัก ข้อราชการและราษฎรที่เข้าแถวรอรับเปียกฝนกันทุกคน เมื่อทรงเห็นดังนั้น จึงม ีรับสั่งให้องครักษ์เก็บร่ม แล้วทรงเยี่ยมข้าราชการและราษฎรทั้งกลางสายฝน
    50.ทรงศึกษาลักษณะอากาศทุกวัน โดยใช้ข้อมูลที่กรมอุตุนิยมวิทยานำขึ้นทูลเกล้าฯร่วมกับข้อมูลจากต่างประเทศที่หามาเอง เพื่อป้องกันภัยธรรมชาติที่อาจก่อความเสียหายแก่ประชาชน
    51.โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา เริ่มต้นขึ้นจากเงินส่วนพระองค์จำนวน 32,866.73บาท ซึ่งได้จากการขายหนังสือดนตรีที่พระเจนดุริยางค์ จากการขายนมวัว ก็ค่อยๆเติบโตเป็นโครงการพัฒนามาจนเป็นอย่างที่เราเห้นกันทุกวันนี้
    52.เวลามีพระราชอาคันตุกะเสด็จมาเยี่ยมชมโครงการฯสวนจิตรลดา ในหลวงจะเสด็จฯลงมาอธิบายด้วยพระองค์เอง เนื่องจากทรงรู้ทุกรายละเอียด
    53.ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช กราบบังคมทูลถามว่า เคยทรงเหนื่อยทรงท้อบ้างหรือไม่ ในหลวงตอบว่าความจริงมันน่าท้อถอยอยู่หรอก บางเรื่องมันน่าท้อถอย แต่ว่าฉันท้อไม่ได้ เพราะเดิมพันของเรานั้นสูงเหลือเกิน เดิมพันของเรานั้นคือบ้านเมือง คือความสุขของคนไทยทั่วประเทศ
    54.ทรงนึกถึงแต่ประชาชน แม้กระทั่งวันที่พระองค์ทรงกำลังจะเข้าห้องผ่าตัดกระดูกสันหลังในอีก 5 ชั่วโมง (20 กรกฎาคม 2549) ยังทรงรับสั่งให้ข้าราชบริพารไปติดตั้งคอมพิวเตอร์เดินสายออนไลน์ไว้ เพราะกำลังมีพายุเข้าประเทศ พระองค์จะได้มอนิเตอร์ เผื่อน้ำท่วมจะได้ช่วยเหลือทัน


    ของทรงโปรด


    55.อาหารทรงโปรด : โปรดผัดผักทุกชนิด เช่น ผัดคะน้า ผัดถั่วงอก ผัดถั่วลันเตา
    56.ผักที่ไม่โปรด : ผักชี ต้นหอม และตังช่าย
    57.ทรงเสวย ข้าวกล้อง เป็นพระกระยาหารหลัก
    58.ไม่เสวยปลานิล เพราะทรงเป็นผู้เลี้ยงปลานิลคนแรกในประเทศไทย โดยใช้สระว่ายน้ำในพระตำหนักสวนจิตรลดาเป็นบ่อเลี้ยง แล้วแจกจ่ายพันธุ์ไปให้กรมประมง
    59.เครื่องดื่มทรงโปรด : โปรดโอวัลตินเป็นพิเศษ เคยเสวยวันหนึ่งหลายครั้ง
    60.ทีวีช่องโปรด ทรงโปรดข่าวช่องฝรั่งเศส ของยูบีซี เพื่อทรงรับฟังข่าวสารจากทั่วโลก
    61.ทรงฟัง จส.100 และเคยโทรศัพท์ไปรายงานสถานการณ์ต่างๆใน กทม.ไปที่ จส.100ด้วย โดยใช้พระนามแฝง
    62.หนังสือที่ในหลวงอ่าน : ตอนเช้าตื่นบรรทม ในหลวงจะเปิดดูหนังสือพิมพ์รายวันทั้งไทยและเทศ ทุกฉบับ และก่อนเข้านอนจะทรงอ่านนิตยสารไทม์ส นิวสวีก เอเชียวีก ฯลฯ ที่มีข่าวทั่วทุกมุมโลก
    63.ร้านตัดเสื้อของในหลวง คือ ร้านยูดลย เจ้าของชื่อ ยูไลย ลาภประเสริฐ ถวายงานตัดเสื้อในหลวงมาตั้งแต่ปี 2501 เมื่อนายยูไลยเสียชีวิต ก็มี ลูกชาย นายสมภพ ลาภประเสริฐ มาถวายงานต่อ จนถึงตอนนี้ก็เกือบ 50 ปีแล้ว
    64.ห้องทรงงานของในหลวง อยู่ใกล้ห้องบรรทม บนชั้น 8 ของตำหนักจิตรลดาฯเป็นห้องเล็กๆ ขนาด 3x4 เมตร ภายในห้องมีวิทยุ โทรทัศน์ โทรศัพท์ โทรสาร คอมพิวเตอร์ เครื่องบันทึกเสียง เครื่องพยากรณ์ แผนที่ ฯลฯ
    65.สุนัขทรงเลี้ยง นอกจากคุณทองแด ง สุวรรณชาด สุนัขประจำรัชกาล ที่ปัจจุบันอยู่ที่พระราชวังไกลกังวล แล้ว ยังมีสุนัขทรงเลี้ยงอีก 33 ตัว


    รู้หรือไม่ ?


    66.ในหลวง เกิดจากคำที่ชาวเหนือใช้เรียกพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่านายหลวงภายหลังจึงเปลี่ยนเป็น ในหลวง
    67.ทรงวชาญถึง 6 ภาษา คือ ไทย ละติน ฝรั่งเศส อังกฤษ เยอรมัน และ สเปน
    68.อาชีพของในหลวง เมื่อผู้แทนพระองค์ไปติดต่อเอกสารสำคัญใดๆทรงโปรดให้กรอกในช่อง อาชีพ ของพระองค์ว่าทำราชการ
    69.ในหลวงทรงพระเนตรเทียมข้างขวา เป็นผลจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่เมืองโลซานน์ สวิสเซอร์แลนด์ รถพระที่นั่งชนกับรถบรรทุกอย่างแรง ทำให้เศษกระจกเข้าพระเนตรข้างขวา ตอนนั้นมีอายุเพียง 20 พรรษา และทรงใช้พระเนตรข้างซ้ายข้างเดียว ในการทำงานบำบัดทุกข์บำรุงสุขประชาชนชาวไทยมาตลอดกว่า 60 ปี
    70.ครั้งหนึ่งหนังสือพิมพ์อเมริกันลงข่าวลือเกี่ยวกับในหลวงว่า แซกโซโฟนที่ทรงอยู่เป็นประจำนั้นเป็นแซกโซโฟนที่ทำด้วยทองคำเนื้อแท้บริสุทธิ์ ซึ่งได้มีพระราชดำรัสว่าอันนี้ไม่จริงเลย สมมติว่าจริงก็จะหนักมาก ยกไม่ไหวหรอก
    71.ปีหนึ่งๆ ในหลวงทรงเบิกดินสอแค่ 12 แท่ง ใช้เดือนละแท่ง จนกระทั่งกุด
    72.หัวใจทรงเต้นไม่ปกติด ในหลวงเคยประชวรหนักจนหัวใจเต้นไม่ปกติ เนื่องจากติดเชื้อไมโครพลาสม่า ขณะขึ้นเยี่ยมราษฎรที่อำเภอสะเมิงติดต่อกันหลายปี
    73.รู้หรือไม่ว่า ในหลวงเป็นคนประดิษฐ์รูปแบบฟอนต์ภาษาในคอมพิวเตอร์ที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้อย่าง ฟอนต์จิตรลดา ฟอนต์ภูพิงค์
    74.ในนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี จัดขึ้นที่อิมแพ็ค มีประชาชนเข้าชมรวม 6ล้านคน
    75.ในหลวงเริ่มพระราชทานปริญญาบัตรครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.24 93 จน 29 ปีต่อมาจึงมีผู้คำนวณว่าเสด็จพระราชทานปริญญาบัตร 490ครั้ง ประทับครั้งละ 3 ชม. ทรงยื่นพระหัตถ์พระราชทาน 470,000 ครั้ง น้ำหนักปริญญาบัตรฉบับละ 3 ขีด รวมน้ำหนักทั้งหมด 141 ตัน
    76.ดอกไม้ประจำพระองค์ คือ ดอกดาวเรือง
    77.สีประจำพระองค์คือ สีเหลือง
    78.นั่งรถหารสอง : ทรงรับสั่งกับข้าราชบริพารเสมอว่า การนั่งรถคนละคันเป็นการสิ้นเปลือง ให้นั่งรวมกัน ไม่โปรดให้มีขบวนรถยาวเหยียด
    79 - - - -
    80. พระราชประวัติในหลวง ฉบับการ์ตูน

    มารู้จักกับ "“เรือพระที่นั่ง” สุดยอดความงามของเรือแห่งสยามประเทศ "

           กระบวนพยุหยาตราชลมารค หรือการเสด็จพระราชดำเนินทางน้ำ(การเสด็จพระราชดำเนินทางบก เรียกว่า “พยุหยาตราสถลมารค”) เป็นประเพณีสำคัญและยิ่งใหญ่ที่สืบต่อกันมานับแต่โบราณนับเป็นเป็นมรดกทางวัฒนธรรมชิ้นเอกของโลก ที่เกิดขึ้นความชาญฉลาดของบรรพบุรุษที่ได้สร้างสรรค์และสืบสานมรดกทางปัญญาอันล้ำค่าให้ชนรุ่นหลังได้ภาคภูมิใจ
           
           สำหรับ วันที่ 5 พฤศจิกายน 2550 นี้ นับเป็นโอกาสดีอีกครั้ง ที่คนไทยจะได้ชม“กระบวนพยุหยาตราชลมารค” ในงานพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา ในระหว่างเวลา 15.00 – 17.00 น. ตั้งแต่บริเวณท่าวาสุกรีจนไปสิ้นสุดบริเวณวัดอรุณราชวรารามฯ
           
           การจัดกระบวนพยุหยาตราชลมารคครั้งนี้ เพื่อถวายผ้าพระกฐินหลวงไปยังวัดอรุณราชวรารามฯ ประกอบด้วย เรือพระราชพิธี 52 ลำ โดยเรือแต่ละลำต่างก็มีความงดงาม และความสำคัญ และหน้าที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งกระบวนเรือทั้งหมดต้องผ่านการฝึกซ้อมอย่างหนัก พร้อมทั้งต้องประสานกันให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อให้เกิดเป็นกระบวนพยุหยาตราชลมารคอันงดงามตระการตา
           
           แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น หลายๆคนเวลาชมกระบวนพยุหยาตราชลมารค (หรือขบวนเรือพระราชพิธี หากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไม่ได้เสด็จประทับในเรือพระที่นั่ง)ต่างก็มักจะใจจดใจจ่อเฝ้ารอชมเรือพระที่นั่ง ซึ่งถือเป็นเรือที่สำคัญที่สุดในกระบวนฯเพราะเป็นเรือที่พระมหากษัตริย์ประทับ
           
           ซึ่งเรือพระที่นั่งทุกลำจะประดับประดาไปด้วยลวดลายอันวิจิตรงดงาม และมีความต่างจากเรือประเภทอื่นในกระบวนก็คือ เรือพระที่นั่งจะไม่มีการกระทุ้งเส้าให้จังหวะฝีพาย แต่จะมีการใช้กรับแทน โดยเรือพระที่นั่งเกือบทุกลำจะมีการทอดบัลลังก์บุษบก ทอดบัลลังก์กัญยา หรือบัลลังก์พระที่นั่ง ในส่วนกลางลำเรืออันเป็นที่ประทับ
           นอกจากนี้เรือพระที่นั่งยังมีการแบ่งประเภทตามลำดับชั้นและมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันออกไป คือ
           
           เรือพระประเทียบ เป็นเรือสำหรับเจ้านายฝ่ายใน
           
           เรือต้น เป็นเรือที่พระมหากษัตริย์เสด็จประพาสลำลอง หรือเสด็จประพาสต้น
           
           เรือพระที่นั่งศรีสักหลาดหรือเรือพระที่นั่งศรี ซึ่งเป็นเรือที่มีลวดลายสวยงามตลอดข้างลำเรือ ใช้สำหรับเสด็จลำลอง
           
           เรือพลับพลา เป็นเรือที่ใช้สำหรับเปลี่ยนเครื่องทรงของพระมหากษัตริย์
           
           เรือพระที่นั่งกราบ เป็นเรือพระที่นั่งลำเล็ก ใช้เวลาเปลี่ยนถ่ายเรือเพื่อเสด็จเข้าไปในคูคลองสายเล็กๆ
           
           เรือพระที่นั่งทรงและเรือพระที่นั่งรอง เป็นเรือที่พระมหากษัตริย์เสด็จประทับ โดยมีเรือพระที่นั่งอีกลำสำรองไว้กรณีเรือพระที่นั่งลำหลักชำรุด
           
           เรือพระที่นั่งกิ่ง เป็นเรือชั้นสูงสุดของเรือพระที่นั่ง ถือเป็นเรือที่มีความสวยงามเป็นพิเศษ สำหรับความเป็นมาของเรือพระที่นั่งกิ่งนั้น ในสมัยกรุงศรีอยุธยา กษัตริย์พระองค์หนึ่งได้รับชัยชนะกลับจากสงคราม และก็มีผู้หักกิ่งไม้มาปักไว้ที่หัวเรือ นับแต่นั้นมา ก็มีการเขียนลายกิ่งไม้ประดับที่หัวเรือ และโปรดให้เรียกว่า เรือพระที่นั่งกิ่ง
           
           เรือพระที่นั่งเอกไชย เป็นเรือพระที่นั่งเกือบเทียบเท่าเรือพระที่นั่งกิ่ง มักโปรดให้พระบรมวงศานุวงศ์ประทับร่วมไปกับกระบวนพยุหยาตราชลมารค แต่ในยุครัตนโกสินทร์ก็แทบจะไม่มีการแบ่งแยกระหว่างเรือพระที่นั่งกิ่งและเรือพระที่นั่งเอกไชยอีกเลย
    เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช
           สำหรับพระที่นั่งที่ใช้ในกระบวนพยุหยาตราชลมารคครั้งนี้มี 4 ลำ คือ
           
           เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช หรือเรือพระที่นั่งบัลลังก์นาค 7 เศียร เป็นเรือพระที่นั่งกิ่ง สร้างขึ้นครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 4 และสร้างลำใหม่แทนลำเดิมในรัชกาลที่ 6 โขนเรือปิดทองประดับกระจก เป็นรูปพญานาค 7 เศียร พื้นเรือสีเขียว น้ำหนัก 15.36 ตัน กว้าง 2.95 เมตร ยาว 42.95 เมตร ลึก 0.76 เมตร กินน้ำลึก 0.31 เมตร ฝีพาย 54 นาย นายท้าย 2 นาย
    เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์
           เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เป็นเรือพระที่นั่งกิ่งที่ถือเป็นมรดกโลก สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ตอนนั้นใช้ชื่อว่า“เรือศรีสุพรรณหงส์”ก่อนที่จะทำการปรับปรุงซ่อมแซมครั้งใหญ่ ในช่วงปลายสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ถึงสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้า อยู่หัว รัชกาลที่ 6 โดยได้คงไว้ในส่วนที่เป็นของดั้งเดิมก็คือส่วนของโขนเรือ หัวเรือ และท้ายเรือ ส่วนลำเรือและลวดลายได้ทำขึ้นมาใหม่ ทั้งนี้ได้เปลี่ยนชื่อจากเรือศรีสุพรรณหงส์ เป็น “เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์” ซึ่งรัชกาลที่ 6 ได้ประกอบพิธีลงน้ำเมื่อ วันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ.2454
           
           เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ มีโขนเรือเป็นรูปหงส์ ลงรักปิดทองประดับกระจก พื้นเรือสีดำน้ำหนัก 15.6 ตัน กว้าง 3.15 เมตร ยาว 44.70 เมตร ลึก 0.90 เมตร กินน้ำลึก 0.41 เมตร ฝีพาย 50 นาย นายท้าย 2 นาย นายเรือ 2 นาย พายที่ใช้เป็นพายทอง พลพายจะพายในท่านกบิน และถือเป็นธรรมเนียมว่าถ้าจะเปลี่ยนท่าพายธรรมดาจะต้องรับพระบรมราชานุญาตเสียก่อน
    เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9
           เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 เดิมเป็นเรือพระที่นั่งกิ่งประเภทเรือรูปสัตว์ สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 โดยมีนามว่า “เรือมงคลสุบรรณ” มีโขนเรือเป็นรูปพญาครุฑเพียงอย่างเดียว ต่อมารัชกาลที่ 4 โปรดให้เสริมรูปพระนารายณ์ประทับยืนบนหลังพญาสุบรรณเพื่อความสง่างาม พร้อมทั้งพระราชทางนามใหม่ว่า “เรือนารายณ์ทรงสุบรรณ”
           
           ส่วนเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 นี้ กองทัพเรือ ร่วมกับ กรมศิลปากร และสำนักพระราชวัง ได้ดำเนินการจัดสร้าง เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องใน วโรกาสพระราชพิธีในปีกาญจนาภิเษก มีฐานะเป็นเรือพระที่นั่งรอง ทอดบัลลังก์กัญญา เทียบเท่า เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ พื้นเรือสีแดงชาด น้ำหนัก 20 ตัน กว้าง 3.20 เมตร ยาว 44.30 เมตร ลึก 1.10 เมตร ฝีพายจำนวน 50 นาย นายท้าย 2 นาย (เพื่อให้สอดคล้องกับ วโรกาสครบรอบ 50 ปี แห่งการครองราชย์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว)
    เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์
           เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ เป็นเรือพระที่นั่งศรี สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 หัวเรือจำหลักปิดทองเป็นรูปพญานาคเล็กๆ จำนวนมาก พื้นเรือสีชมพู น้ำหนัก 7.7 ตัน กว้าง 3.15 เมตร ยาว 45.40 เมตร ลึก 1.11 เมตร กินน้ำลึก 1.46 เมตร ฝีพาย 61 นาย นายเรือ 2 นาย นายท้าย 2 นาย
           
           และนี่ก็คือเรือพระที่นั่งทั้ง 4 ลำ ที่ใช้ในการแสดงขบวนเรือพระราชพิธีครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า และยังถือเป็นสุดยอดของเรืออันงดงามแห่งสยามประเทศอีกด้วย


    ประมวลภาพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ กลับพระตำหนักจิตรลดาฯ


    __fwdDer.com__-151928141-550000014720502.jpg


    __fwdDer.com__-151928232-550000014720503.jpg


    __fwdDer.com__-151928260-550000014720509.jpg


    __fwdDer.com__-151928271-550000014720510.jpg


    __fwdDer.com__-151928278-550000014721801.jpg


    __fwdDer.com__-151928284-550000014721802.jpg


    __fwdDer.com__-151928287-550000014721803.jpg


    __fwdDer.com__-151928312-550000014721804.jpg


    __fwdDer.com__-151928315-550000014721805.jpg


    __fwdDer.com__-151928323-550000014721806.jpg


    __fwdDer.com__-151928341-550000014721807.jpg


    __fwdDer.com__-151928344-550000014721808.jpg


    __fwdDer.com__-151928347-550000014721809.jpg


    __fwdDer.com__-151928351-550000014721810.jpg


    __fwdDer.com__-151928413-550000014721811.jpg


    __fwdDer.com__-151928417-550000014721812.jpg


    __fwdDer.com__-151928420-550000014721813.jpg


    __fwdDer.com__-151928424-550000014721814.jpg


    __fwdDer.com__-151928428-550000014721815.jpg


    __fwdDer.com__-151928437-550000014721816.jpg


    __fwdDer.com__-151928441-550000014721817.jpg


    __fwdDer.com__-151928444-550000014721818.jpg


    __fwdDer.com__-151928474-550000014721819.jpg

     

    November 26

    เอารูปพลุสวยๆมาให้ดู

               ข่าว ท่องเที่ยว ขอเชิญเที่ยวชม รูปภาพ และ ภาพ พลุและดอกไม้ไฟ เฉลิมพระเกียรติในหลวง โดยงาน พลุและดอกไม้ไฟ เฉลิมพระเกียรติในหลวง จัดขึ้นในหลายพื้นที่ ตั้งแต่ 4 – 8 ธ.ค. นี้ ซึ่งวันนี้ทีมงานขอรวม รูปภาพ ภาพ พลุและดอกไม้ไฟ มาให้ชมกัน ก่อนที่จะไป ท่องเที่ยว เที่ยว ชม ในวันดังกล่าวค่ะ

    พลุ เฉลิมพระเกียรติ

    พลุ เฉลิมพระเกียรติ

    พลุ เฉลิมพระเกียรติ

    พลุ เฉลิมพระเกียรติ

    พลุ เฉลิมพระเกียรติ

    พลุ เฉลิมพระเกียรติ

    พลุ เฉลิมพระเกียรติ

    พลุ เฉลิมพระเกียรติ

    พลุ เฉลิมพระเกียรติ

    ขอบคุณภาพประกอบจาก คุณ Starck

              คณะอนุกรรมการฝ่ายจัดแสดงพลุและดอกไม้ไฟเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในอากาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา ภายใต้การอำนวยการและกำกับดูแลโดยรัฐบาล ร่วมกับองค์กรและภาคเอกชน จัดแสดงพลุและดอกไม้ไฟเฉลิมพระเกียรติอย่างยิ่งใหญ่โดยกำหนดจัดขึ้นในหลายพื้นที่ตั้งแต่ 4 – 8 ธันวาคม 2550

              เริ่มจากวันที่ 4 ธันวาคม 2550 ในชื่องาน "ดอกไม้ไฟแห่งความจงรักภักดี 80 พรรษา มหาราชา" จัดแสดง ณ ราชตฤณมัยสมาคม(สนามม้านางเลิ้ง) ด้วยความร่วมมือจากบริษัท ไซโก้ ประเทศญี่ปุ่นและสมาคมพลุญี่ปุ่นซึ่งมีศิลปินผู้ออกแบบพลุร่วมสร้างสรรค์ผลงาน จำนวน 12 คน รวมพลุที่จัดแสดง 14 ชุด

     "ปวงประชาทั่วหล้า ถวายพระพร" (5 ธันวาคม 2550)

              จัดขึ้น ณ แม่น้ำเจ้าพระยา ระหว่างสะพานพระรามเก้าและสะพานวงแหวนอุตสาหกรรม กิจกรรมไฮไลท์ ได้แก่ การจุดพลุกลางแม่น้ำเจ้าพระยา รวม 9 ชุด การจุดพลุอักษรสวรรค์ ตราสัญลักษณ์ 80 พรรษา และร่วมพิธีจุดเทียนชัยถวายพระพร ทั้งนี้ประชาชนสามารถชมได้บริเวณได้สะพานวงแหวนอุตสาหกรรม

     "แด่พระบิดรล้นเกล้าของชาวไทย" (6 ธันวาคม 2550)

              จัดแสดง ณ สนามราชกีฑาสโมสร โดยจัดแสดงพลุกว่า 3,000 นัดที่มีความสวยงามและอ่อนหวาน

     "สี่เหล่าไทยเทิดไท้องค์ภูมิพล" ( 7 ธันวาคม 2550)

              เป็นการจัดแสดงแนวแฟนตาซี มีเพลงประกอบ ควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ นำเข้าจากประเทศจีน โดยกำหนดจัดแสดง ณ หาดแม่พิมพ์ จ.ระยอง

     "เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา พระบารมีเกริกฟ้า ก้องปฐพี" ( 8 ธันวาคม 2550)

              จัดแสดง ณ สวนเบญกิติศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ผู้สนใจดูรายละเอียด ได้ใน เว็บไซด์ Gloryfireworks.com

              นอกจากนี้ กระทรวงกลาโหม และกองทัพไทย รวมทั้งภาคเอกชน ยังได้ร่วมกันจัด "งานแสดงและประกวดพลุนานาชาติ" ขึ้นอีกช่วงหนึ่งในวันที่ 16 และ 18 พฤศจิกายน 2550 โดยมีพลุจากต่างประเทศเข้าร่วมประกวด ได้แก่ ออสเตรเลีย อีตาลี และจีน โดยในวันที่ 16 พฤศจิกายน จะเป็นการแสดงของแต่ละประเทศ และในวันที่ 18 พฤศจิกายน เป็นการแสดงซิงโครไนซ์ ประกอบเสียง แสดงพร้อมกันทั้ง 3 ประเทศ สามารถชมได้รอบทะเลสาบเมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จ.นนทบุรี

              ทั้งนี้สามารถใช้บริการรถประจำทางของ ขสมก.ฟรี จากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สวนจตุจักร และวัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน ตั้งแต่เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป ดูรายละเอียดได้จาก http://www.mod.go.th/ หรือ โทรสอบถามข้อมูลได้ที่ Call Center เบอร์โทรศัพท์ 02-225-8562 และ 02-226-3814 


     ชมภาพ พลุ ดอกไม้ไฟ ในงานประกวดพลุนานาชาติ เมืองทองธานีชุดที่ 1

    November 25

    +*-*+

    ก.กิ๊ก หาไม่ยาก ไม่ลำบากแค่ม่อไว้

    ข.ไข่ ไขหัวใจ ไช้คารมนิยมกัน

    ฃ.ขวด ชวนดวดเหล้า เมื่อกิ๊กเราสนิทกัน

    ค.ควาย ใช้เรียกกัน เมื่อแฟนท่านเป็นกิ๊กเรา

    ฅ.ฅน ค้นหาไป ค้นหาใคร ถูกใจเขา

    ฆ.ระฆัง ดังปลุกเร้า ให้ใจเราเส่ากระสั่น

    ง.งู อยู่บนหัว มีกันทั่ว ตัวเราท่าน

    จ.จูบ จูบเธอนั่น สุดระส่ำ สำรา_ใจ

    ฉ.ฉิ่ง ห_ิงกิ๊กคู่ เพลินเพลินอยู่ มิสนไข่

    ช.ช้าง ช่างประไร เรื่องหัวใจ ไม่เกี่ยวกัน

    ซ.โซ่ อย่าเซ่อซ่า แฟนเดินมา พากิ๊กหลบพลัน

    ฌ.เฌอ บอกเธอนั่น แค่เพื่อนกัน มิมีไร

    ญ.หญิง นั่นโปรดรู้ ผู้ชายเจ้าชู้ พิสูจน์ดูได้

    ฎ.ชฎา พาสวมใส่ ต่อหน้าแฟนไซร้ จำต้องใส่ชฎา

    ฏ.ปฏัก รักแอบซ่อน สาววัยละอ่อน ร่อนหัวใจมา

    ฐ.ฐาน มิพานช้า รากฐานแน่นหนา พาแฟนเชื่อใจ

    ฑ.มณโฑ โถแม่คุณ ทำหัวหมุน วุ่นไปได้

    ฒ.เฒ่า เธอไม่โง่ อุตส่าห์โม้ หลายนาที

    ณ.ณรงค์ จงต่อสู้ บอกให้รู้ ให้ชัดเจน

    ด.เด็ก ที่เธอเห็น เป็นเพียงเพื่อนโปรดเชื่อที

    ต.เต่า เธอไม่โง่ อุตส่าห์โม้ หลายนาที

    ธ.ธำรงค์ อันวงนี้ พี่ให้น้องแต่ผู้เดียว

    ท.ทูน หัวของผัวจ๋า เชื่อเถิดหนา เธอมะเกี่ยว

    ถ.โธถัง ม่อตัวเดียว ทำเราเสียว เกือบเลิกกะแฟน

    น.น้องหนู ต้องระวัง เจอครั้งหน้าอย่าเกาะแขน

    บ.บอก บอกกับแฟน ที่เกาะแขน แค่น้องกัน

    ป.ปลา ปลอดเรื่องแล้ว หัวใจแป้ว แป่วนะนั่น

    ผ.ผึ้ง ผู้กิ๊กกัน ความสำคั_ ต้องรองแฟน

    ฝ.ฝ่อ เธอจับได้ เราให้ใครไปควงแขน

    พ.พอ พอแล้วแฟน จะหวงแขนมิแบ่งใคร

    ภ.สำเภา เราเขารู้ พินิจดู พอรู้ได้

    ม.ม่อ กันต่อไป ตราบหัวใจยังกิ๊กกัน

    ย.หยุด พอแฟนรู้ เธอไม่อยู่กิ๊กต่อพลัน

    ร.เรา เรากิ๊กกัน แสนสุขสันต์ สำรา_ใจ

    ล.ล่อ หลังป้อกิ๊ก ระรี้ริก กิ๊กชอบใจ

    ว.ว๊า พาหน่ายใจ กิ๊กบอกไม่ เมนเธอมา

    ศ.เศร้า เฉาเลยนี่ โถได้ที่ หนีแฟนมา

    ษ.ษอ อะไรหว่า ตูจะบ้า ขอผ่านไป

    ส.เสือ หิวโซเซ โอ้ละเห่ แสนเสียใจ

    ห.หา ลาก่อนนู๋ เดี๋ยวแฟนตรู เค้ารู้ทัน

    อ.อ่วม แน่เลยฉัน ถ้าแฟนนั้น เค้ารู้ที

    ฮ.นกฮูก ตัวสุดท้าย ก่อนจากไปในวันนี้ ฮ.นกฮูก เฮฮาดี...........ฮิ๊วๆๆๆ

     
    November 22

    141 ที่สุดของโลก


    141 ที่สุดของโลก...........มีอะไรบ้าง...มาดูกัน
    141 ที่สุดของโลก
    .ทวีปที่ใหญ่ที่สุดในโลก - ทวีปเอเซีย
    2.ทวีปที่เล็กที่สุดในโลก - ทวีปออสเตรเลีย
    3.คาบสมุทรที่ใหญ่ที่สุดในโลก - คาบสมุทรอาหรับ
    4.มหาสมุทรที่ใหญ่ที่สุดในโลก - มหาสมุทรแปซิฟิก
    5.มหาสมุทรที่เล็กที่สุดในโลก - มหาสมุทรแอนตาร์กติก
    6.ทะเลที่ใหญ่ที่สุดในโลก - ทะเลจีนใต้
    7.ทะเลส่วนที่ลึกที่สุดในโลก - บริเวณChallenger ใกล้เกาะมาเรียนา ในมหาสมุทรแปซิฟิก
    8.ทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลก - ทะเลสาบสุพีเรีย อยู่ระหว่างสหรัฐอเมริกา กับแคนาดา
    9.ทะเลสาบน้ำเค็มที่ใหญ่ที่สุดในโลก - ทะเลสาบแคสเปียน อยู่ระหว่างทางใต้ของรัสเซียกับอิหร่าน
    10.ทะเลสาบที่มีน้ำเค็มที่สุดในโลก - ทะเลสาบเดดซี อยู่ระหว่างอิสราเอลกับจอร์แดน
    11.ทะเลสาบน้ำจืดที่ลึกที่สุดในโลก - ทะเลสาบไบคาล ในไซบีเรีย ประเทศรัสเซีย
    12.ทะเลสาบที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในโลก - ทะเลสาบกัลลาเซียล ในธิเบต
    13.ทะเลสาบที่มนุษย์สร้างขึ้นที่ใหญ่ที่สุดในโลก - ทะเลสาบมืด เหนือเขื่อนระหว่างรัฐเนวาดากับอริโซนา
    14.อ่าวที่ใหญ่ที่สุดในโลก - อ่าวเม็กซิโก
    15.ปากแม่น้ำที่กว้างที่สุดในโลก - ปากแม่น้ำออฟเฟน โพรเซ็น อ๊อป ประเทศรัสเซีย
    16.แม่น้ำที่ยาวที่สุดในโลก - แม่น้ำไนล์ ทวีปแอฟริกา
    17.แม่น้ำที่สั้นที่สุดในโลก - แม่น้ำดี ริเวอร์ รัฐโอเรกอน ประเทศสหรัฐอเมริกา
    18.แม่น้ำที่กว้างที่กว้างที่สุดในโลก - แม่น้ำอเมซอน ทวีปอเมริกาใต้
    19.แม่น้ำที่เกิดอุทกภัยมากที่สุดในโลก - แม่น้ำฮวงโหหรือแม่น้ำวิปโยค ประเทศจีน
    20.คลองธรรมชาติที่ยาวที่สุดโลก - คลองยุ่นโห ประเทศจีน
    21.คลองที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจมากที่สุดในโลก - คลองสุเอช
    22.หมู่เกาะที่มีเกาะต่างๆอยู่หนาแน่นที่สุด - หมู่เกาะอินดีส
    23.ช่องแคบที่ยาวที่สุดในโลก - ช่องแคบตาต้า
    24.เกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก - เกาะกรีนแลนด์ มหาสมุทรอาร์คติค
    25.ยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก - ยอดเขาเอเวอเรสต์
    26.เทือกเขาที่ยาวที่สุดในโลก - เทือกเขาแอนดีส ทวีปอเมริกาใต้
    27.ช่องแคบระหว่างภูเขาที่ใหญ่ที่สุดในโลก - ช่องแคบบนแกรนด์ แคนยอน รัฐอริโซน่า ประเทศสหรัฐอเมริกา
    28.ยอดภูเขาไฟที่สวยและสูงที่สุดในโลก - ภูเขาไฟฟูจิยามา ประเทศญี่ปุ่น
    29.ทะเลทรายที่ใหญ่และร้อนที่สุด - ทะเลทรายซาฮาร่า ในแอฟริกาเหนือ
    30.น้ำตกที่มีทัศนียภาพสวยงามและใหญ่ที่สุดในโลก - น้ำตกไนแองการา อยู่ระหว่างสหรัฐอเมริกา และแคนาดา
    31.น้ำตกที่สูงที่สุดในโลก - น้ำตกแองเจิล ประเทศเวเนซูเอลา
    32.ประเทศที่มีเนื้อที่มากที่สุดในโลก - ประเทศรัสเซีย
    33.ประเทศที่เล็กที่สุดในโลก - นครรัฐวาติกัน
    34.ประเทศที่มีพลเมืองมากที่สุด - ประเทศจีน
    35.เมืองที่มีพลเมืองมากที่สุด - โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
    36.ประเทศที่มีพลเมืองน้อยที่สุด - นครรัฐวาติกัน
    37.ประเทศที่มีเกาะมากที่สุด - ฟิลิปปินส์
    38.ประเทศที่มีทะเลสาบมากที่สุด - ฟินแลนด์
    39.ประเทศที่มีภูเขาไฟมากที่สุด - อินโดนีเซีย
    40.ประเทศที่อยู่สูงที่สุด - ธิเบต
    41.ประเทศที่มีพื้นที่ต่ำที่สุด - อิสราเอล
    42.ประเทศที่มีแผ่นดินไหวบ่อยที่สุด - ประเทศญี่ปุ่น
    43.ประเทศที่มีภาษามากที่สุด - ประเทศอินเดีย
    44.ประเทศที่มีเมืองขึ้นมากที่สุด - อังกฤษ
    45.เมืองที่มีคลองมากที่สุด - เวนิส ประเทศอิตาลี
    46.ประเทศที่ขุดแร่ดีบุกมากที่สุด - มาเลเซีย
    47.ประเทศที่ปลูกกาแฟมากที่สุด - บราซิล
    48.ประเทศที่ผลิตกระดาษมากที่สุด - แคนาดา
    49.ประเทศที่ขุดเพชรได้มากที่สุด - สหภาพแอฟริกาใต้
    50.ประเทศที่มีแร่เงินมากที่สุด - เม็กซิโก
    51.ประเทศที่มียางพารามากที่สุด - มาเลเซีย
    52.ประเทศที่มีทับทิมมากที่สุด - พม่า
    53.ประเทศที่มีทองคำขาวมากที่สุด - สหภาพโซเวียตรัสเซีย
    54.ประเทศที่มีแร่พลวงมากที่สุด - สาธารณรัฐประชาชนจีน
    55.ประเทศที่ขุดสินแร่อลูมิเนียมได้มากที่สุด - สวิสเซอร์แลนด์
    56.ประเทศที่ผลิตหินอ่อนมากที่สุด - อิตาลี
    57.ประเทศที่ผลิตแร่ปรอทได้มากที่สุด - สเปน
    58.ประเทศที่มีถ่านหินมากที่สุด - สหรัฐอเมริกา
    59.ประเทศที่มีแมงกานีสมากที่สุด - อินเดีย
    60.ประเทศที่ประดิษฐ์และส่งดาวเทียมประเทศแรก - สหภาพโซเวียตรัสเซีย
    61.ประเทศที่ส่งมนุษย์อวกาศไปดวงจันทร์ได้สำเร็จประเทศแรก - สหรัฐอเมริกา
    62.ประเทศที่จับปลาได้มากที่สุดในโลก - ญี่ปุ่น
    63.ประเทศที่มีฟยอร์ดมากที่สุดในโลก - นอร์เวย์
    64.ประเทศที่ผลิตเหล้าองุ่นมากที่สุด -ฝรั่งเศส
    65.ประเทศที่ผลิตเบียร์มากที่สุด - เยอรมนี
    66.ประเทศที่ปลูกอ้อยมากที่สุด - คิวบา
    67.ประเทศที่มีต้นควินินมากที่สุด - อินโดนีเซีย
    68.ประเทศที่ปลูกข้าวสาลีมากที่สุด - รัสเซีย
    69.ประเทศที่ปลูกชามากที่สุด - สาธารณรัฐประชาชนจีน
    70.ประเทศที่ปลูกฝ้ายมากที่สุด - สหรัฐอเมริกา
    71.ประเทศที่มีข้าวเจ้าพันธุ์ดีที่สุด - ไทย
    72.ประเทศที่มีแร่เหล็กมากที่สุด - สวีเดน
    73.ประเทศที่เลี้ยงไหมมากที่สุด - จีน
    74.ประเทศที่ผลิตนมมากที่สุด - สวิสเซอร์แลนด์
    75.ประเทศที่ปลูกสับปะรดมากที่สุด - เกาะฮาวาย สหรัฐอเมริกา
    76.ประเทศที่ปลูกส้มมากที่สุด - รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา
    77.ประเทศที่ผลิตพรมได้มากและคุณภาพดีที่สุด - เปอร์เซีย
    78.ประเทศที่ขุดน้ำมันดิบส่งออกมากที่สุด - ซาอุดิอาระเบีย
    79.ชาติที่ประดิษฐ์เข็มทิศใช้ในการเดินเรือเป็นชาติแรก - จีน
    80.บัตรอวยพรอะไรที่มีเป็นอย่างแรก - บัตรอวยพรวันวาเลนไทน์
    81.ศาสนาที่มีคนนับถือมากที่สุด - ศาสนาคริสต์
    82.ศาสนาที่เก่าแก่ที่สุด - ศาสนาฮินดู
    83.กำแพงที่ยาวที่สุด - กำแพงเมืองจีน
    84.วัดที่ใหญ่ที่สุดในโลก - นครวัต ประเทศกัมพูชา
    85.โรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก - โรงแรมลาสเวกัส ฮิลตัน รัฐเนวาดา สหรัฐอเมริกา
    86.ตึกที่สูงที่สุดในโลก - ตึกเซียส์ ที่ชิกาโก สหรัฐอเมริกา
    87.ป่าที่ใหญ่ที่สุด - ป่ามหาวัน ประเทศอินเดีย
    88.สะพานที่ยาวที่สุด - สะพานเซคอนด์ เลค พอนซาเทรน คอสเวย์ อยู่ที่ลอสแองเจลลิส สหรัฐอเมริกา
    89.สะพานที่กว้างที่สุด - สะพานซิดนีย์ ฮาร์เบอร์ บริดจ์
    90.สะพานแขวนที่ยาวที่สุด - สะพานพระราม9 กรุงเทพมหานคร
    91.ทางรถไฟที่ยาวที่สุด - ทรานส์ไซบีเรีย
    92.อุโมงค์รถไฟที่ยาวที่สุด - อุโมงค์ซิมพลอน
    93.สถานีรถไฟที่ใหญ่ที่สุด - สถานีแกรนด์ เซนทรัล เทอร์มินอล
    94.ถนนที่ยาวที่สุด - ถนนแพน-อเมริกัน ไฮเวย์
    95.เครื่องบินโดยสารที่ใหญ่ที่สุด - เครื่องบินเจ็ท โบอิ้ง747
    96.เรือเดินสมุทรที่ใหญ่ที่สุด - เรือควีน อลิซาเบธ
    97.เรือบรรทุกน้ำมันที่ใหญ่ที่สุด - เรือซีวีส ไจเอ้น
    98.ป่าที่ทึบที่สุดในโลก - ป่าเซลวาส ลุ่มแม่น้ำอเมซอน
    99.ต้นไม้ที่ใหญ่ที่สุด - ต้นซานตา มาเรีย เด็ล ตูลี ในเม็กซิโก
    100.ต้นไม้ที่อายุยืนที่สุดในโลก - ต้นสนPinus longaeva รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา
    101.ดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก - Arnold 's Rafflesia เกาะสุมาตรา
    102.ปิรามิดที่ใหญ่ที่สุดในโลก - ปิรามิดQuetzalcoatl
    103.คุกที่แข็งแรงที่สุด - คุกอัลคาตราส ในซานฟรานซิสโก
    104.จัตุรัสที่ใหญ่ที่สุด - จตุรัสเทียนอันเหมิง ปักกิ่ง
    105.สิ่งก่อสร้างที่สวยงามที่สุด - สุสานหินอ่อนทัชมาฮาล เมืองอักรา ประเทศอินเดีย
    106.ประเทศที่มีชื่อเสียงในการทำนาฬิกา - สวิสเซอร์แลนด์
    107.ระฆังใบใหญ่ที่สุด - ระฆังซาร์โคโลโคล อยู่ที่ปราสาทอิวานเวลิกี้ พระราชวังเครมลิน มอสโคว สหภาพโซเวียต
    108.เพชรเม็ดใหญ่ที่สุดในโลก - เพชรคุลลินาน
    109.หอสมุดที่ใหญ่ที่สุดในโลก - หอสมุดรัฐสภาอเมริกัน ในกรุงวอชิงตัน
    110.นาฬิกาเรือนใหญ่ที่สุดในโลก - นาฬิกาบิกเบน กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ
    111.ดาวเคราะห์ที่อยู่ใกล้โลกมากที่สุด - ดาวศุกร์
    112.ดาวฤกษ์ดวงไหนมีแสงสว่างมากที่สุด - ดาวซิริอัส(Sirius) มีสีเขียวแกมน้ำเงิน
    113.นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรก - นางศิริมาโว บันดาราไนยเก ประเทศศรีลังกา
    114.มนุษย์อวกาศคนแรกของโลก - ยูริ กาการิน ชาวรัสเซีย
    115.มนุษย์อวกาศหญิงคนแรกของโลก - วาเลนตินา วลาดิมิโรฟนา เทเรสโกวา ชาวรัสเซีย
    116.ผู้ที่เดินเรือรอบโลกเป็นคนแรก - แม็คเจลแลน
    117.สัตว์ที่มีจำนวนมากที่สุด - แมลง
    118.สัตว์ที่มีอายุยืนที่สุด - เต่าทะเล
    119.สัตว์บกที่มีขนาดใหญ่ที่สุด - ช้าง
    120.สัตว์น้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุด - ปลาวาฬ
    121.นกที่มีขนาดใหญ่ที่สุด - นกกระจอกเทศ
    122.สัตว์ที่มีเสียงดังที่สุด - ปลาวาฬสีน้ำเงิน
    123.สัตว์ที่เตลื่อนที่ได้เร็วที่สุด - เหยี่ยวฟิรีกริน
    124.สัตว์ที่เคลื่อนที่ได้ช้าที่สุด - ปู ในบริเวณทะเลแดง
    125.นกที่มีอายุยืนที่สุด - กา
    126.นกที่ตัวเล็กที่สุด - นกฮัมมิ่ง
    127.นกที่บินเร็วที่สุด - นกอินทรี
    128.นกที่มองได้ไกลที่สุด - เหยี่ยว
    129.นกที่ตาไวที่สุด - แร้ง
    130.สัตว์ที่สายตาสั้นและดุร้ายที่สุด - แรด
    131.ปลาที่ร้ายกาจที่สุด - ปิรันยา
    132.ไก่ที่ไข่ดกที่สุด - ไก่พันธุ์เล็กฮอร์น
    133.ธาตุที่เบาที่สุด - ธาตุไฮโดรเจน
    134. เนื้อที่ : ประเทศรัสเซีย เป็นประเทศที่มี เนื้อที่มากที่สุดในโลก ประมาณ 17,075,400 ตารางกิโลเมตร เนื้อที่น้อยที่สุด คือ นครรัฐ วาติกัน มี เพียง 0.44 ตารางกิโลเมตร
    135. ระดับความสูงของที่ตั้งประเทศ :ประเทศธิเบตเป็นประเทศ ที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลมากที่สุดในโลก คือ สูงกว่า ระดับน้ำทะเล 12,087 ฟุต (3,626.1 เมตร) ส่วนประเทศที่ตั้งอยู่ต่ำ
    ที่สุด คือ ประเทศอิสราเอลบริเวณทะเล Death Sea ซึ่งต่ำกว่าระดับ น้ำทะเล 1,292 ฟุต (387.60 เมตร)
    136. พรมแดนของประเทศ : ประเทศจีนมีพรมแดน ติดต่อกับ ประเทศเพื่อนบ้านมากที่สุดในโลกถึง 14 ประเทศ ส่วนพรมแดน รอยต่อประเทศที่ยาวที่สุดในโลก คือ พรมแดนระหว่างประเทศ สหรัฐอเมริกากับประเทศแคนาดา ที่ยาวถึง 3,987 ไมล์ หรือ ประมาณ 6,379 กิโลเมตร ส่วนพรมแดนที่สั้นที่สุดคือ พรมแดน ของประเทศอิตาลีกับนครรัฐวาติกัน ที่ยาวเพียง 2.53 ไมล์ หรือ ประมาณ 4.05 กิโลเมตรเท่านั้น
    137. จำนวนประชากร : ประเทศจีนเป็นประเทศที่มีประชากร
    มากที่สุดในโลก ราว 1,178.5 ล้านคน
    5. อัตราการเกิด : ประเทศมาลาวี ทวีปแอฟริกา เป็นประเทศ
    ที่มีอัตราการเกิดมากที่สุด คือ ร้อยละ 5.5 ส่วนนครรัฐวาติกัน มี
    อัตราการเกิดน้อยที่สุด คือ มีอัตราการเกิดเป็น 0
    138. อัตราการตาย : ประเทศอัฟกานิสถาน เป็นประเทศที่มีอัตรา
    การตายมากที่สุดคือ ร้อยละ 2.2 ส่วนคูเวตมีอัตราการการตายต่ำ
    สุด เพียงร้อยละ 0.2 เท่านั้น
    139. อายุเฉลี่ย : ประเทศที่จัดว่ามีประชากรอายุยืนที่สุด คือ ญี่ปุ่น
    ซึ่งมีอายุเฉลี่ย ชาย 76 ปี หญิง 82 ปี ส่วนประเทศที่ประชากรมี
    อายุเฉลี่ยต่ำสุด ได้แก่ ประเทศ เซียร์ราลีโอน เฉลี่ยชาย 41 ปี
    เฉลี่ยหญิง 45 ปี
    140. ภาษาพูด : ประเทศอินเดียครองความเป็นเจ้าแห่งภาษา คือ
    มีภาษาพูดมากกว่า 840 ภาษา
    141. เกาะ : ประเทศอินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีเกาะมากที่สุด
    ในโลก คือ ประมาณ 13,000 เกาะ

    *** จี บ กั น ใ ห ม่ ๆ ทำ ไ ม ต่ า ง กั น กั บ ต อ น นี้ ? ***

    เรื่องโทรศัพท์


    จีบกันใหม่ๆ
    .....โทรหากันทุกวัน โทรจนสายจะไหม้ก็ไม่วางซะที
    พอนานไป.....โทรหากันทุกวัน โทรคุยให้ตายยังไงก็ไม่ได้ 5 นาที
    สุดท้าย......ไม่มีธุระแล้วโทรมาทำไม ว่างมากเหรอ

    จีบกันใหม่ๆ........สวัสดีค่ะ สวัสดีครับ ที่รัก ดาร์ลิ้ง
    พอนานไป.........หวัดดี อยู่ไหน
    สุดท้าย........ ว่าไง โทรมาทำไม มีอะไรว่ามา

    จีบกันใหม่ๆ.....อดกิน อดนอน ทะเลาะกับคนรอบข้างเพื่อให้ได้โทรศัพท์
    พอนานไป......กินข้าวอยู่เดี๋ยวโทรมาใหม่นะ
    สุดท้าย.......ไม่รู้จักเวลารึไง คนกำลังจะกิน กำลังจะนอน

    จีบกันใหม่ๆ.....ค่าโทรศัพท์เดี๋ยวเราจ่ายให้ก็ได้
    พอนานไป.....ไปจ่ายค่าโทรศัพท์ให้หน่อยนะ
    สุดท้าย......โทรศัพท์โดนตัดแล้ว ทำไมไม่ไปจ่ายเงินซะที เฮงซวยจริงๆ

    จีบกันใหม่ๆ......มือถือเปิดตลอด 24 ชั่วโมง
    พอนานไป......ปิดมือถือตอนเข้านอน
    สุดท้าย........ตอนไหนปิดได้ให้ปิด


    เรื่องรถเก๋ง


    จีบกันใหม่ๆ
    .....เปิดประตูให้ทุกครั้งเมื่อจะขึ้น-จะลงจากรถ
    พอนานไป.....ช่วยตัวเองก็แล้วกัน
    สุดท้าย......ปิดประตูเบาๆ ไม่เป็นหรือไงอีแก่

    จีบกันใหม่ๆ.....รถสะอาด ปัดกวาดเป็นเงางามทุกวัน
    พอนานไป.....อาทิตย์นึงล้างทีนึง
    สุดท้าย.......มองไม่เห็นสีรถแล้ว เมื่อไหร่มันจะล้างรถซะทีสกปรกจริงๆ

    จีบกันใหม่ๆ....เดี๋ยวไปรับที่บ้านนะ
    พอนานไป.....ไปเจอที่งานแล้วกัน เดี๋ยวขากลับไปส่ง
    สุดท้าย......ไปคนเดียวไม่เป็นรึไง

    จีบกันใหม่ๆ.....รถเป็นรอยนิดเดียวไม่เป็นไรหรอก คุณเจ็บมากไหม
    พอนานไป....ให้ประกันเขาจัดการก็แล้วกัน
    สุดท้าย.....ขับรถยังไงวะ ให้เป็นรอยทั้งคัน โง่จริงๆ



    November 17

    ทายนิสัย จากการอารมณ์เสีย

      อารมณ์เริ่มไม่ดีแล้วนะ...

    ขณะที่คุณอารมณ์ไม่ดี

    คุณจะเลือกทำข้อไหน ใน 4 ข้อข้างล่างนี้ ...


    1. ไปหาเพื่อนแล้วนั่งคุยกับเพื่อน

    2. ชวนเพื่อนออกไปเที่ยวกันหลาย ๆ คน

    3. ไปร่วมชุมนุมกับเพื่อน ๆ

    4. นั่งอ่านหนังสือหรือฟังวิทยุอยู
    ่ในบ้าน


    http://image.dek-d.com/9/1043456/10694715.gif


    เลือกกันได้หรือยังคะ

    ถ้าเลือกกันเสร็จแล้วไปดูเฉลยก
    ันเลยนะ.....



    1. ไปหาเพื่อนและนั่งพูดคุยกับเพื่อน

    เมื่อไม่สามารถแก้ไขปัญหา
    หรือเมื่อใดที่พบกับอุปสรรค ที่ทำให้อารมณ์ขุ่นมัว
      ถ้าหากคุณไปหาเพื่อนและนั่งคุยก
    ับเพื่อนขณะอารมณ์ไม่ดี
    แสดงว่าคุณต้องการ การปลอบประโลมจากเพื่อน
    สำหรับคุณ คุณคิดว่าความสนิทสนมทางจิตใจ และอารมณ์
    มีความสำคัญกว่า การปรองดองสน
    ิทสนมกันตามระเบียบพิธี จากอุปนิสัยของคุณสามารถชี้ขาดได้ว่า
    เพื่อนของคุณจะมีไม
    ่มากนัก
    แต่เพื่อนที่คุณคบต่างก็คือ เพื่อนที่รู้ใจกัน



    2.ชวนเพื่อนออกไปเที่ยวด้วยกันหลาย ๆ คน

    การที่คุณชวนเพื่อน ๆ ออกไปเที่ยวด้วยกันหลาย ๆ คน
    ข้อสำคัญคือคุณไม่ต้องการความเง
    ียบเหงา
    คุณหวังจะอาศัยบรรยากาศที่คร
    ึกครื้นของหมู่คณะ
    มาไล่ความไม่สบายใจออกไป
    คุณเป็นคนไม่เก่งในการสนทนากับจ
    ิตใจของตนเอง
    กล่าวให้ชัดเจนหน่อยก็คือ คุณไม่เก่งในการจัดการ
    ในความต
    ้องการของจิตใจและอารมณ์ของตนเอง
    ยามใดจิตใจเกิดอุปสรรค
    คุณก็จะออกเที่ยวกับเพื่อน ๆ เพื่อลืมปัญหาของตนเอง
    แต่นานวันเข้าจะก่อให้เกิดผลเส
    ียต่อตัวคุณ
    เพราะว่าหลังจากบรรยากาศครึกครื
    ้นผ่านไป
    สิ่งที่คุณได้รับ ก็คือจิตใจกลับจะว่างเปล่ายิ่งข
    ึ้น
      หลักในการคบเพื่อนของคุณคือ ยึดหลักหมู่คณะ
    นั่นก็คือคุณจะคิดตริตรองเพียงว
    ่าเพื่อนคนนี้เข้ากับหมู่คณะได้หรือไม่
    น้อยนักที่จะคิดตริตรองว่า
    เพื่อนคนนี้สามารถคบกับตนเองด
    ้วยความจริงใจได้หรือไม่

      

    3. ไปร่วมชุมนุมกับเพื่อน ๆ

    การไปร่วมชุมนุมกับเพื่อน ๆ ขณะอารมณ์ไม่ดี
    แสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดว่า
    คุณไม่คิดจะเผชิญปัญหาของตนเอง
    แต่คิดจะกลบตนเองไว้ในหมู่ฝูงชน
    ไม่คิดถึงบ่อเกิดแห่งปัญหา
    คุณเป็นคนที่ไม่ค่อยเป็นตัวของต
    ัวเอง
    เพราะว่าในโอกาสของการร่วมชุมนุม
    บทที่คุณแสดงคือตัวประกอบ
    สิ่งที่คุณได้รับจากการร่วมชุมน
    ุมคือ ลืมตัวเอง
    ผู้อื่นจะไม่สนใจจิตใจคุณ ไม่สนใจปัญหาของคุณ
    ทุกคนมาที่นี่เพื่อแสวงหาความสุข คุณก็คิดเช่นกัน
    เพราะฉะนั้นคุณจึงมาที่นี่ ด้วยเหตุนี้
    สำหรับคุณ เพื่อนคือเครื่องมือในการแสวงหาค
    วามสุข
    และเป็นเพียงวิธีการหลีกเลี
    ่ยงการสำรวจตัวเองเท่านั้น
    สามารถกล่าวได้ว่า คุณอาจคบค้าสมาคมกับผู้อื
    ่นมากมาย
    แต่ก็อาจเป็นแค่เพื่อนกิน ไม่มีเพื่อนที่รู้ใจแม้แต่คนเด
    ียว



    4. นั่งอ่านหนังสือหรือฟังวิทยุอยู่บ้าน

    คุณจัดอยู่ในประเภทชอบสำรวจต
    ัวเอง
    คุณมักจะคิดว่าขณะอารมณ์ไม่ดี
    คือโอกาสที่ดีที่สุดสำหร
    ับการสำรวจตัวเอง
    ด้วยเหตุนี้คุณจึงไม่หลีกเลี
    ่ยงการสนทนากับจิตใจตนเอง
     คุณไม่ใช่คนโดดเดี่ยวและปิดต
    ัวเอง
    เพียงแต่คุณไม่ชอบใช้พิธีภายนอก มาแก้ไขปัญหาภายในจิตใจ
    เพราะว่าคุณเก่งในการหวนสำรวจต
    ัวเอง
    เพราะฉะนั้นคุณจึงจัดการกับป
    ัญหา
    ทางด้านความทุกข์ใจ ได้ดีกว่าผู้อื่น
    เมื่อเพื่อนของคุณอารมณ์ไม่มั
    ่นคงหรือจิตใจเกิดอุปสรรค
    เขาจะมาปรึกษาหารือและขอคำแนะนำจ
    ากคุณ
    ในจิตใจของเพื่อน ๆ
    คุณคือบุคคลน่าเชื่อถืออย่างยิ่ง

    sisters


    เป็นยังไง
    .. ตรงกันบ้างรึเปล่า
    บอกกันด้วยนะคะ 





    November 15

    108 อวัยวะสาระพัดประโยชน์


        * หน้าผาก อวัยวะที่ใช้ประกอบกับเท้าเวลามีทุกข์ เช่นนอนเอาเท้าก่ายหน้าผาก
        * ผม เรียกอีกอย่างว่า "ขนหัว" ใช้แสดงอาการตกใจมากๆ เช่น ขนหัวลุก
        * ตา อวัยวะที่ใช้ในการมอง จะมีอุณหภูมิสูงมากเมื่อเห็นใครได้ดี
        * หู อวัยวะที่ใช้ในการฟัง ส่วนมากจะมีน้ำหนักเบา จึงก่อให้เกิดเรื่องขึ้นบ่อยๆ
        * ปาก อวัยวะที่ใช้พูด ส่วนมากจะอยู่ไม่ตรงกับใจ
        * คอ อวัยวะที่เชื่อมระหว่างตัวและหัว เป็นอวัยวะที่คอยหันหาคนอื่น
        * ก้านคอ อวัยวะที่คอยรับแข้งคนอื่น
        * ไหล่ อวัยวะที่คู่กับบ่า เช่นเคียงบ่าเคียงไหล่ มีไว้ให้คนเหงาใจหรือเศร้าใจซบโดยเฉพาะ
        * บ่า อวัยวะที่คู่กับไหล่ เช่นเคียงบ่าเคียงไหล่ อาชีพจับกังมีไว้แบกข้าวสาร
        * หัวใจ อวัยวะสูบฉีดเลือดและฟอกเลือดให้กับร่างกาย มีไว้ให้แสดงความรักและเก็บรักไว้
        * ปอด อวัยวะที่รับอากาศมาส่งหัวใจ บางครั้งใช้แสดงระดับความกล้าหาญ ผู้หญิง แสดงอาการของการเป็นโรค เช่น "ปวดบวม"
        * หน้าอก อวัยวะที่รองรับเรื่องหนัก อาทิเรื่องหนักอก ซึ่งผู้หญิงจะหนักกว่าผู้ชาย
        * นม อวัยวะที่บ่งบอกภาระการรับน้ำหนักของอก ผู้หญิงมีไว้บริการนมให้บุตร ผู้ชายถึงมีก็ไม่ได้ใช้ให้เกิดประโยชน์ แต่ก็ไขว่คว้าอยากได้มาเชยชม อม ดูด
        * ศอก ข้อต่อระหว่างแขนและข้อมือ มีไว้เป็นอาวุธประจำกาย และรองน้ำ สำหรับบรรดาภรรยาน้อย ไม่เป็นที่แนะนำสำหรับสาวๆ มันอันตราย
        * มือ เป็นอวัยวะปลายสุดของแขน มีนิ้วเป็นส่วนประกอบ นิยมใช้เงินยกเห็นกันมากในสภา
        * ปั้น เป็นอวัยวะชิ้นเดียวกับมือ แต่เปลี่ยนรูปเป็นอาวุธ นิยมใช้ตัดสินปัญหา ในกรณีที่ไม่ได้ใช้สมองแก้ปัญหา ทั่วไปเรียกว่า "กำปั้น"
        * ตัว เป็นชิ้นส่วนใหญ่ของร่างกายให้อวัยวะอื่นได้พักพิง จะลืมกันมากเวลาได้ดี และสัมพันธ์กับวัวใกล้ชิดเป็นพิเศษ "คนลืมตัว วัีวลืมตีน"
        * ขาอ่อน เป็นอวัยวะเชื่อมต่อจากสะโพกลงมา นิยมใช้ในการประกวด เพราะเห็นได้เด่นชัดกว่าสมอง
        * หัวเข่า ข้อต่อระหว่างขาและหน้าแข้ง เป็นอาวุธประจำกาย ผู้หญิงใช้โจมตี จุดอ่อนผู้ชาย และบางคนใช้ซับน้ำตาเวลาเศร้า นิยมมากสำหรับคนหลงรักผัวชาวบ้าน
        * แข้ง อวัยวะที่ถัดมาจากเข่า นิยมใช้พาดก้านคอ แล้ว "แอนทาซิล" มีรางวัล
        * น่อง อวัยวะที่อยู่ด้านหลังของแข้ง ใช้วัดระดับความแข็งแรงของขา และวัดความกร้านชีวิต
        * ขนหน้าแข้ง อวัยวะที่วัดระดับของฐานะ ยิ่งรวยมากขนหน้าแข้งจะร่วงน้อย
        * เท้า เป็นอวัยวะที่ใช้ยืน บางครั้งใช้ก่ายหน้าผาก หรือเป็นอวัยวะที่ใช้ผลัก ซึ่งเรียกกันโดยทั่วไปว่า"ยัน"
    October 30

    +*--*+

     ไม่ว่างมาทำเลยงิ *---*กุหลาบแดง

    วันอาทิตย์

    ช่วงนี้ดวงอาทิตย์ยังคงร้อนอยู่ ดังนั้นไม่ควรเดินกลางแดดนานๆ
    เพราะจะทำให้เหงื่อออก ไม่ควรดูโทรทัศน์ใกล้ๆ เพราะจะแสบตา
    และไม่ควรขากเสลดบนทางเท้า โชคไม่ดีอาจถูกปรับ 2,000 บาท
    ถ้าท้องผูกควรดื่มน้ำมากๆ เวลาปวดขี้ให้รีบเข้าห้องส้วมให้เรียบร้อย
    ห้ามสวมเสื้อผ้าเวลาอาบน้ำ ไม่ควรดื่มลิโพเกินวันละ 2 ขวด
    โปรดสังเกตคำเตือนบนฉลากก่อนดื่มทุกครั้ง
    เด็กเกิดวันนี้
    ถ้าเป็นคนจะไม่มีหาง จะมีหน้ามีตาตั้งแต่ยังเล็ก
    นอกจากนี้จะยังมีหู จมูกและคางอีกด้วย
    ขณะเป็นทารกหรือทาริกาจะตัวเล็ก
    ในช่วงนี้ถ้าเด็กขี้แตกให้รีบเปลี่ยนผ้าอ้อมทันที
    และเด็กจะตัวใหญ่ขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น
    เมื่อเติบใหญ่เด็กจะกลายเป็นผู้ใหญ่ได้เอง
    ถ้าทิ้งไว้ต่อไปจะกลายเป็นผู้เฒ่า
    ถ้าไม่มีลูกหลานจะมีบุญได้ไปอยู่บ้านพักคนชรา

    วันจันทร์

    คุณเป็นคนที่โชคดีมากเพราะคุณเกิดในวันที่มี 24 ช.ม.
    ระยะนี้ดวงจันทร์เคลื่อนที่ตัดหน้าดาวโจรที่รังสิต
    ถ้าไม่ระวังของมีค่าอาจหายได้
    ถ้าเดินไม่ระวังอาจหกล้มเจ็บตัวเป็นที่อับอายเสื่อมเสีย
    ถ้าเจอหมาบ้าไม่ควรเข้าใกล้เป็นอันขาดเพราะอาจถูกกัดได้
    เมื่อหิวก็ควรหาอะไรกินเป็นการแก้เคล็ด
    เด็กเกิดวันนี้
    ถ้าเป็นผู้ชายจะไม่เป็นผู้หญิง
    โตขึ้นมาอีกหน่อยจะสามารถใส่เสื้อผ้าเองได้
    เมื่อเติบใหญ่ต้องได้ไปทำบัตรประชาชนเป็นแน่แท้

    วันอังคาร

    ก่อนอื่นหมอดูขอทำนายว่าปีที่คุณเกิดมี 12 เดือน
    และเดือนที่คุณเกิดถ้าลงท้ายด้วย ยน จะมี 30 วัน
    แต่ถ้าหากลงท้ายด้วย คม จะมี 31 วัน
    วันนี้หากใช้เงินมากเกินตัวอาจจะต้องไปสร้างหนี้ยืมสินเขาได้
    ไปตลาดถ้าต่อราคามากๆ อาจถูกแม่ค้าด่า
    ดาวประจำตัวยังโคจรรอบคลองเตย
    ให้รีบไปทำงานแต่เช้า ถ้าไปสายจะถูกเจ้านายเขม่น
    ถ้าปวดหัวก็ให้นอนพักผ่อน อย่ากินแอสไพรินตอนท้องว่าง
    และอย่ากินกาแฟก่อนนอนเพราะจะทำให้นอนไม่หลับ
    เด็กเกิดวันนี้
    ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชายควรรีบทำสูติบัตร
    เมื่อถึงวัยเรียนก็ควรพาไปเข้าเรียน
    ถ้าเลี้ยงไม่ดีจะกลายเป็นโจร ถ้าเลี้ยงดีอาจได้เรียนมหาวิทยาลัย
    ในช่วงอายุ 5-7 ขวบ ควรพาเด็กไปเที่ยวเขาดิน

    วันพุธ

    วันนี้พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก ดาวพุธอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์
    ตื่นขึ้นมาควรล้างหน้าแปรงฟัน อาบน้ำฟอกสบู่ให้เรียบร้อย
    ถ้าฝนตกไม่ควรออกไปเล่นน้ำฝนเป็นอันขาดเพราะจะเป็นหวัดได้
    ขึ้นรถเมล์ระวังกระเป๋ารถเมล์จะเข้ามาเก็บตังค์
    เดินทางไกลจะเจอแต่คนแปลกหน้า
    ในวันนี้ถ้าเจอพระตอนบ่ายห้ามใส่บาตรเด็ดขาด
    เจอเพื่อนจงทักทายดีๆ แต่ถ้าเจอเจ้าหนี้ควรหลบลี้หนีไกลๆ
    เด็กเกิดวันนี้
    ถ้าเป็นชายโตขึ้นอาจจะเป็นตุ๊ดได้ เมื่อเติบใหญ่ควรพาไปเกณฑ์ทหาร
    และไม่ควรทำ สด.43 ปลอมเพราะจะถูกจับ
    ถ้าเป็นหญิงเมื่ออายุ 20 จะบรรลุนิติภาวะได้เอง
    ในช่วงอายุนี้บิดามารดาไม่ควรอนุญาตให้ลูกสาวบวชเป็นอันขาด

    วันพฤหัสบดี

    วันนี้ถ้าเหยียบขี้หมาให้รีบเอารองเท้าขูดกับขอบฟุตบาทโดยเร็วมิฉะนั้นจะเหม็น
    ขึ้นรถเมล์ควรเกาะราวให้แน่นและไม่ควรตดบนรถเมล์เป็นอันขาด
    ถ้าอากาศร้อนไม่ควรใส่เสื้อหนาวเพราะคนอื่นจะหาว่าบ้า
    เมื่อเห็นพัดลมกำลังหมุนอย่าเอามือเข้าไปแหย่มิฉะนั้นเลือดจะออกได้
    เด็กเกิดวันนี้
    เมื่อเกิดใหม่ๆ ฟันจะยังไม่ขึ้น ควรรอไปเรื่อยๆ ฟันจะขึ้นเอง
    ไม่ควรเลี้ยงทารกด้วยนมข้นหวาน จะทำให้ขาดสารอาหาร
    ให้เลี้ยงด้วยนมแม่ไปก่อนจนกว่าจะมีอายุครบ 2 ขวบ
    เมื่อโตขึ้นผู้ปกครองควรสอนให้เด็กล้างก้นเองมิฉะนั้นจะเป็นภาระในอนาคต

    วันศุกร์

    ควรนำกระปุกไปใส่กระเป๋า
    วันนี้ห้ามทิ้งแฟนเป็นอันขาดเพราะแฟนอาจจะเสียใจได้
    และห้ามกินของมันๆ ระวังจะอ้วน ควรเปลี่ยนแปรงสีฟัน 3 เดือนต่อ 1 อัน
    และไม่ควรลงเล่นน้ำคลองในกรุงเทพฯ เป็นอันขาด
    วันนี้ดาวพระศุกร์โคจรมาพบกับดาวพระเสาร์
    ดังนั้นถ้าวันนี้เป็นวันศุกร์ขอทำนายว่าพรุ่งนี้จะเป็นวันเสาร์
    และวันต่อไปจะเป็นวันอาทิตย์
    เด็กเกิดวันนี้
    เป็นผู้มีบุญญา วาสนาส่ง
    เมื่อแบเบาะจะยังพูดไม่ได้ ควรสอนไปเรื่อยๆ
    เด็กจะพูดได้เอง ยกเว้นถ้าเด็กเป็นใบ้
    ในระยะ 6-8 ขวบ ควรสอนให้เด็กเข้าบ้านทางประตู
    ไม่ควรสอนให้เด็กเข้าบ้านทางหน้าต่างเด็ดขาด

    วันเสาร์

    ควรเอากระเป๋าไปใส่กระปุก
    เพราะมันจะทำให้กระเป๋าตุงได้
    วันนี้ถ้าเดินผ่านกองขยะควรเอามือปิดจมูกและรีบเดินผ่านไปโดยเร็ว
    หลังกินข้าวถ้ามีเศษอาหารติดฟันไม่ควรเอาตะเกียบแคะฟันเป็นอันขาด
    ควรใช้ไม้จิ้มฟันดีที่สุด ถ้าเล็บยาวควรตัดให้สั้น
    แต่ถ้าถนนสั้นควรตัดให้ยาว
    คืนนี้ไม่ควรนอนดึกเพราะพรุ่งนี้จะตื่นสาย
    เวลาอาบน้ำควรถูสบู่ให้เกลี้ยงเวลา ไปวัดควรสวมเสื้อผ้าไปด้วย
    และไม่ควรแคะขี้มูกต่อหน้าพระสงฆ์
    ถ้าคันจมูกควรจามให้เรียบร้อยก่อนเข้าวัด
    แต่ถ้าไปสวนสัตว์ห้ามยื่นมือเข้ากรงเสือเป็นอันขาด
    ถ้าขับรถไม่เป็นก็ไม่ควรขับ จะเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชน
    ให้แก้เคล็ดโดยนั่งรถเมล์หรือแท็กซี่ดีกว่า
    เด็กเกิดวันนี้
    เมื่อยังเล็กถ้าหิวจะร้องไห้ ควรป้อนนมเสีย
    เด็กก็จะหยุดร้องไปเอง และเมื่อป้อนนมเสร็จแล้วเด็กอิ่ม
    ไม่ควรเข้าไปเล่นกับเด็กทันทีเด็กจะอ้วกใส่หน้าได้
    ควรทำให้เด็กเรอเสียก่อน โดยการจับพาดไหล่
    เมื่อโตขึ้นมาหน่อยควรเลี้ยงด้วย อะแล็คต้าเอ็นเอฟ หนองโพ
    สเปย์รอยัลตามลำดับ
    และเกิดมาวันแรกยังดูซีดีน้องแน๊ทไม่รู้เรื่อง
    ควรสอนไปเรื่อยๆ ไม่ควรเปิดแผ่นซ้ำๆเพราะอาจทำให้เด็กเบื่อได้

      
           
    October 21

    *--*